ยังไม่ทันคิดไร หรือหาข้อมูลไรว่าอยากเที่ยวไหน วันนั้นก้มาถึง บินคนเดียวครั้งแรกในชีวิตตื่นเต้นมากกะขึ้นไปหลับเลย ไฟลตตี1 ไปถึงห้าทุ่มเชคอินเข้าไป ตอนนั้นไม่อยากเดินไรละอยากแลนดิ้งอินชอนเดี๋ยวนั้นอยู่ดีๆก้พร้อมเที่ยวขึ้นมาเฉย
26 Nov 2013
เวลาผ่านไป หกโมงเช้า อันยองฮาเซโย...แลนดิ้งแล้วที่อินชอน ออกมาปุ๊ปเนตติดปั๊ป นังแป้งฉันถึงแล้ววแกอยู่ไหน ป้ายไฟพร้อมมั้ย นางตอบกลับมาว่าเห้ยยยทำไมถึงเร็วจัง นี่เพิ่งออกมาจากบ้าน รอก่อนนะ .... เงียบไปแปปนึง เพิ่งออกมาจากบ้านคือ ใช้เวลาเท่าไหร่ไม่รู้ เป็นโชคดีของนังแป้งไปที่อิขวัญไม่มีความรู้เกี่ยวกับเกาหลีมาก่อน และนังแป้งโชคดีอีกครั้งเมื่อเราผ่านตม.มาแล้วกระเป๋าช้ามากกกก
รอจนแป้งถึงครึ่งทางละ ถึงได้กระเป๋าออกมา รอแปปๆ นางไกด์สาวเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันร่วมสามปีก้มาถึง ด้วยความง่วงเพราะนอนไม่เต็มที่บนเครื่องเลยไม่มีปฏิกริยาของการดีใจที่เจอมันเลย เลยบอกว่าให้มันไปวิ่งมาใหม่ มาถึงก้บริการอย่างดี ลากกระเป๋าให้ แค่10นาทีเท่านั้นแหละ
- ออกจากอินชอนกันเถอะ
อิแป้งเชคเวลารถไฟอะเหลือเวลาซักพักใหญ่ๆ เลยไปซื้อกาแฟกันเวลานั้นอินชอนเงียบมากไม่มีไรเปิดมีร้านเดียวเลยตอนนั้นที่ใกล้กับชานชาลามากสุด ได้กาแฟไปคนละแก้ว และเข้าไปในสถานี ขึ้น AREX แบบจอดทุกสถานีไปลงที่ฮงอิก คือราคาถูกที่สุดระหว่างทางก้ดูวิวไปฟังอิแป้งเล่าเรื่องผู้ชายไป 45 นาที มีเพื่อนข้างๆแปปเดียวก้ถึง ระหว่างทางนั้นตอนที่มองวิวออกไป เห้ยนี่สรุปเราอยู่เกาหลีหรอ เห้ยวิวโอเค
ถึงฮงอิก ... จำไม่ได้ว่าออกจากสถานียังไง นี่คือข้อเสียของการตามคนนำทางอย่างเดียว คือจำไรไม่ค่อยได้ เพื่อนก้พาเดินลากกระเป๋าลากขึ้นเขาไประหว่างนั้นคือไม่มีใครพูดอะไรและเช้ามากทุกอย่างเงียบเพราะ ... ตัวแข็งค่ะ มือแข็ง ลมแรงใส่เสื้อว่าเยอะแล้วแต่ก้ไม่พอ ปีนเขาขึ้นไปจนคิดว่าผอมแล้วแน่ๆ ก้ถึงบ้านสไตล์เกาหลีของมัน เป็นบ้าน2ชั้นที่เปิดรั้วบ้านเข้าไปแล้วต้องลงทางลาดๆลงไปประตูเข้าตัวบ้านเกือบจะเป็นห้องใต้ดินละ พอเข้าไปปุ๊ปโอยสบายต้องการฮีตเตอร์มาก ก้จัดแจงหยิบของที่จำเป็นและออกจากที่พักกัน



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น